กลับไปกระดานข่าว ตอบ สร้าง

ผีหม้อ ผีหม้อหนึ้ง ผีหม้อนึ่ง

ผีหม้อ ผีหม้อหนึ้ง ผีหม้อนึ่ง



     "หม้อหนึ้ง" หรือถ้าเขียนตามภาษาไทยคือ "หม้อนึ่ง" (แต่ถ้าเขียนแบบนี้ ภาษาล้านนาจะแปลว่า หม้อหนึ่ง) สำหรับหม้อหนึ้ง นี้เป็นอุปกรณ์ในการหนึ้ง(นึ่ง)ข้าวเหนียวของชาวเหนือ ซึ่งมักจะผูกเป็นปริศนาคำทายไว้ว่า

     "อะหยังเอ๊าะ? ม้าสามขา กุลวาขึ้นขี่ บ่ายี่ขึ้ถัด ตาลปัตรเกิ้งหน้า ผ้าเคียนแอว ต๋าแหลวติดก้น" ซี่งคำตอบก็คือ การหนึ้งข้าว อันประกอบไปด้วย

     ม้าสามขาคือก้อนเส้าเตาไฟ ไม่ว่าจะเตาสมัยโบราณที่มีก้อนหินสามก้อน มาวางเป็นสามเส้า(ก้อนเส้า) และใช้ดินเดียวมายึดก้อนหินทั้งสามให้มั่นคงอยู่ในกระบะไม้อีกทีหนึ่ง ถ้าทั้งกระบะก็จะเรียกว่า แม่ชีไฟ (แม่จีไฟ) ไม่ว่าจะหม้อหนึ้งหรือหม้อแกง ก็จะต้องวางอยู่บนสามเส้านี้ทุกครั้ง แม้ว่าจะเป็นเตาแก๊สในปัจจุบัน ก็จะต้องมีแง่งออกมารองก้นหม้ออยู่สามแง่ง

     กุลวาขึ้นขี่คือหม้อหนึ่ง อันเป็นหม้อที่คอดที่คอและตรงปากแผ่ออกนิดหนึ่งเพื่อรองรับไหข้าวที่จะขึ้นถัดไป เวลาหนึ้งข้าวก็จะเอาน้ำใส่ไป เพื่อให้เกิดไอน้ำที่ร้อนขึ้นระเหยขึ้นไปทำให้ข้าวในไหสุก และน้ำในหม้อหนึ้งนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ใช้แก้คนที่ผีมักมารังควาน อันเป็นผีกะผีร้าย ก็จะใช้น้ำหม้อหนึ้งลูบหน้าแก้ไขได้บางส่วน

     บ่ายี่ขึ้นถัดคือไหข้าว ไหข้าวทางล้านนาจะเป็นไหข้าวไม้เจาะให้กลวง ซึ่งไม่เหมือนกับไหข้าวทางอีสานที่เป็นไหข้าวไม้ไผ่สาน และไหข้าวนี้เองที่จะต่อแขนต่อขาใส่เสื้อผ้า ในการลงผีหม้อหนึ้งในเรื่องที่จะกล่าวถึงในบทนี้

     ตาลปัตรเกิ้งหน้า คือฝางำ หรือฝาครอบเพื่อครอบให้ไอน้ำวนเวียนอยู่ภายในให้ข้าวที่หนึ้งอยู่สุก

     ผ้าเคียนแอว หรือผ้าคาดเอว ในที่นี้หมายถึงเตี่ยวหม้อหนึ้ง ที่เป็นผ้าเส้นยาว ๆ ชุบน้ำให้ชุ่มก่อนที่จะ "จด" คือใช้นิ้วมือสับลงในปิดรอยต่อระหว่างไหข้าวกับหม้อหนึ้ง ป้องกันการรั่วของไอน้ำ หากว่า "จด" เตี่ยวหม้อหนึ้งไม่ดี ข้าวก็จะไม่สุกได้

     ต๋าแหลวติดก้น คือ ตาดไห หรือบางท้องที่เรียกหืมไห เป็นแผ่นไม้ใช้ปิดก้นไห ด้วยไหนั้นกลวง เมื่อใช้ตาดไหปิดก้นไหแล้ว ก็สามารถใส่ข้าวสารที่ "หม่า" หรือแช่ไว้แล้วได้

     ซึ่งทั้งหมดเป็นอุปกรณ์ในการหนึ้งข้าว แต่ในการลงผีหม้อหนึ้งนั้น จะใช้เพียง เตาไฟ หม้อหนึ้ง ไหข้าวเท่านั้น แต่ที่ไหนข้าวจะเอาไม้มาต่อแขนและใส่เสื้อให้ แต่ไม่มีตาดไห แล้วก็นำไปตั้งบนหม้อหนึ้งเหมือนกับการหนึ้งข้าวปกติ



     สำหรับคนที่เป็นข้าวจ้ำ หรือคนที่จะเชิญผีลงมาที่หม้อหนึ้งก็จะเตรียมขันตั้งซึ่งมีข้าวของต่าง ๆ วางเรียงรายไว้ในถาด และทำการเชิญผีมาลงที่หม้อหนึ้ง แล้วจึงเข้าไปสู่ไหข้าว เมื่อร่ำเชิญแล้ว หากจะตรวจดูว่าผีหม้อหนึ้งที่เชิญมานั้นมาหรือยัง ก็ให้ยกไหดู หากว่ายังเบาด้วยไหนั้นเป็นไหเปล่าแสดงว่ายังไม่มา แต่ว่าไหเปล่านั้นหนักจนยกไม่ไหวก็แสดงว่าผีหม้อหนึ้งได้ลงมาที่ไหแล้ว ต้องใช้คนสองคนในการยกเอาไหออกมาถือไว้

     ผีหม้อหนึ้ง หรือผีปู่ดำย่าดำ เป็นผีดี ที่ใช้สำหรับการหา “เมื่อ” หรือการสอบถามเรืองราวต่าง ๆ แต่ก็มีข้อแม้อยู่กับข้าวจ้ำด้วยว่า จะอนุญาตให้ถามเรื่องไหนได้ เรื่องไหนไม่ได้ ส่วนใหญ่แล้วเรื่องที่จะถามนั้นมักจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ "ผี" เป็นส่วนมาก ด้วยคนที่บ้านไม่สบาย ไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ววินิจฉัยไม่ได้ หรือรักษาแล้วก็ไม่หายสักที จึงมาถามผีย่าหม้อหนึ้งดูว่า เป็นเพราะอะไรมาทำให้เป็นไปหรือไม่อย่างไร แต่บางเรื่องที่ไม่อนุญาตให้ถามนั่นก็คือ เรื่องของเนื้อคู่ หรือบางที่จะไม่ถามเรื่องของหาย หรือการฆาตกรรม เป็นต้น

     ด้วยผีหม้อหนึ้งเป็นสิ่งของ ไม่ได้ลงมาสิงร่างอย่างบรรดาผีเจ้านายลงนั่งม้าขี่ จึงพูดไม่ได้ แต่แสดงอาการและบ่งให้รู้ได้ ด้วยคำถามที่เรียกว่า "ใช่หรือไม่?"



     ขอบอกก่อนว่า ผีหม้อหนึ้งที่ไปเห็นที่ อ.ปัว จ.น่าน มานี้ ก็ไม่เหมือนกันกับที่เชียงใหม่เท่าไรนัก ด้วยที่เชียงใหม่ จะให้คนที่มาถามร่วมถือด้วย และจะใช้ข้าวสาร 3 ทะนาน ใส่กระด้งไว้ให้ผีหม้อหนึ้งขีด และจะมีสวย(กรวย)ดอก และสวยเทียนอย่างละ 4 ไว้เป็นตัวแทนของ "ใช่" และ "ไม่ใช่" แต่ที่ไปเห็นมานั้น ผู้ที่ถือ ก็เป็นข้าวจ้ำทั้งสอง และผู้ที่มาถามก็เอาเสื้อผ้าหรือบัตร มาใส่ขัน พร้อมดอกไม้และเทียนขี้ผึ้ง 4 คู่ สำหรับเป็นสื่อในการถาม

     ก่อนที่จะตั้งต้นเอาขันไปไห้นั้น ก็จะถามกันก่อนว่า จะมาถามเรื่องอะไร แล้วก็เอาขันที่จะถามนั้นไปให้กับผีหม้อหนึ้ง ผีหม้อหนึ้งก็จะทำการมาสัมผัสกับขันนั้น แล้วก็ไปขีด ๆ กับพื้น แล้วแสดงอาการอย่างหนึ่งออกมา เช่น ใช้แขนข้างหนึ่งไถไปกับพื้นไปได้สักระยะหยั่งแล้วก็พลิกหงายหลังลง

     เพียงเท่านี้คนที่มาถามเมื่อก็รู้ได้ทันทีว่า สาเหตุของเรื่องที่ถามนั้นมาจากอะไร วันนั้น (5 มิถุนายน 2549) คนที่มาถามนั้น มาถามเรื่องที่ว่าปวดแอว เป็นปี ก็ยังไม่หาย รักษาที่โรงพยาบาลก็แล้วก็ยังไม่หายอยู่ดี จึงมาถามผีหม้อหนึ้ง เมื่อผีหม้อหนึ้งออกอาการอย่างนั้น ก็นึกออกทันทีว่า จุดเริ่มต้นมาจากตรงไหน นั่นคือ การที่ขับรถขึ้นดอยภูคาแล้วรถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำ แต่ว่าตนเองเคล็ดเล็กน้อย แต่อาการปวดหลังก็ยังคงอยู่มาจนบัดนี้

     จึงถามว่า "ตี้เจ็บหลังนี้ เป๋นว่าเอารถไปลงบนดอยคราวแล้วนั้นก๊ะ?"

     ผีหม้อหนึ้งก็ส่ายใหญ่เลย เสียงดัง โป๊ก! ป้าก! ๆ นั่นแสดงว่า ที่ถามนั้นถูกต้อง หากทักหากถามผิดแล้ว ก็จะส่ายคล้ายกับคนเราส่ายหัว

     ทั้งหมดทั้งมวลแล้วในวันนั้นสรุปได้ว่า พี่ที่มาถามนั้นได้ขับรถไปบนดอยภูคาแล้วเกิดพลิกคว่ำ แล้วผีที่นั่นก็กำขวัญเอาไว้ และทำให้ปวดหลังทำยังไงก็ไม่หายสักที ผีหม้อหนึ้งก็บอกว่า ให้ไปเลี้ยงผีตรงที่รถคว่ำเสีย ในสองวันถัดไปนั้นด้วยหัวหมู และให้ไปเรียกเอาขวัญมาผูกมือเสีย ก็จะหายปวดแอว

     ซึ่งผีหม้อหนึ้ง เป็นหนึ่งในความหวังในการที่จะหายจากการเจ็บป่วย หากคราใดไปรักษาเต็มที่ตามแผนปัจจุบันไม่หายแล้ว การลงผีเพื่อถามเมื่อ ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่น่าเสี่ยงดู หากเลี้ยงแล้วไม่หายก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหายก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย

      บางครั้ง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ที่มาถามเมื่อกับผีหม้อหนึ้งแล้ว ทำการเลี้ยงผีตามที่ผีหม้อหนึ่งบอก ทุกอย่างก็คลี่คลายดีขึ้นอย่างทันตาเห็น

     ความหวังเพื่อชีวิต...ผมว่ามันสูงส่งเกินกว่าที่จะดูถูกว่างมงายนะ๚๛

ข้อมูลจาก
เอกสารแนบ: 您所在的用戶組無法下載或查看附件
กลับไปกระดานข่าว