ผีกะ

บทความโดย admin เมื่อ อ, 06/06/2017 - 16:36
ผีกะ

     ผีกะ เป็นผีพื้นบ้านทางภาคเหนือ ลักษณะคล้ายผีปอบ คือเข้าสิงในคน และชอบกินของสด ของคาว

     คนที่เลี้ยงผีกะ มักจะเป็นคนที่มีวิชาอาคม เล่นไสยศาสตร์ ผีกะจะถูกเลี้ยงไว้ในหม้อดิน โดยมีผ้ายันต์สีขาวปิดปากหม้อไว้ โดยจะวางไว้บนเพดานบ้าน เจ้าของจะเซ่นผีกะด้วยไข่ดิบวันละฟอง

     ผีกะ แต่เดิมคนที่เริ่มนำมาเผยแพร่คือพวก ลิเก หรือนักดนตรีที่แสดงการละเล่น เรียกว่า ผีกะพระ-นาง ผีกะชนิดนี้มีลักษณะค้ายวอก หรือค่าง ตัวเล็ก ๆ สองตัว มักจะนั่งบนบ่าคนเลี้ยง ผีกะชนิดนี้มีคุณประโยชน์ตรงที่หากใครเลี้ยงไว้ ไม่ว่านักแสดงจะขี้เหร่แค่ไหน พอตกกลางคืนผีกะจะเลียหน้าทำให้ยิ่งดึกยิ่งงดงาม การเลี้ยงผีกะจึงเป็นที่นิยมของนักแสดงทางภาคเหนือในช่วงหนึ่ง และเริ่มแพร่หลายสู่จังหวัดทั่วภาคเหนือ จนกระทั่งแยกเป็นหลายชนิด ผีกะมีคุณอนันต์ แต่ก็มีโทษมหันต์ หากใครเลี้ยงไม่ดี ปล่อยให้ผีกะอดอยาก มันก็จะทำให้เจ้าของกลายสภาพเป็นกึ่งคน กึ่งภูต ชอบสิงสู่ชาวบ้าน กินตับ ไต ใส้ พุง ต้องหาหมอผีมาปราบเป็นประจำ

     ผีกะมีหลายชนิด ดังต่อไปนี้

  • ผีกะพระ-นาง ผีกะดั้งเดิม ไม่มีใครรู้ว่ามาจากไหน แต่เป็นที่นิยมเลี้ยงกัน เพื่อให้มันเรียกคนดูมาชม ทำให้คนดูหลงไหลในการแสดงของนักแสดงคนนั้น แม้ว่ากลางวันจะขี้เหร่ แต่ตอนกลางคืนผีกะสามารถทำให้นักแสดงคนนั้นสวย หรือหล่อได้
  • ผีกะดง จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ บอกว่าผีกะดงนี้มีอยู่จริงในนิทานพื้นบ้าน ในอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ผีกะชนิดนี้มีความดุร้าย วิ่งไวดุจลมพัด มักออกหากินเป็นฝูงในยามพลบค่ำ แต่น้ำลายของผีกะชนิดนี้วิเศษมาก สามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้ทุกชนิด ทำให้ร่างกายมีความคงกระพันชาตรี ดังมีเรื่องเล่าว่า

         มีชายหนุ่มผู้หนึ่ง หลงรักลูกสาวของคหบดี แต่คหบดีไม่ชอบเนื่องจากชายหนุ่มยากจน จึงได้จัดการให้ลูกสาวของตน แต่งงานกับชายหนุ่มที่มั่งคั่ง

         ฝ่ายเจ้าบ่าวเองก็ทราบเรื่องของเจ้าสาวดี จึงส่งคนมาทำร้ายคนรักของเจ้าสาว แล้วหิ้วไปทิ้งในป่า ชายหนุ่มสะบักสะบอมเจ็บทั้งกาย และใจ แต่ก็ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ ได้แต่ปลงต่อความตาย รอให้สัตว์ร้ายในป่ามากิน

         ประจวบกับเวลานั้นมีฝูงผีกะดงกำลังออกหากิน ลูกฝูงผีกะจับขาชายหนุ่มเพื่อลากไปเป็นอาหาร ชายหนุ่มนิ่งเงียบปลงต่อชีวิต หัวหน้าผีกะแปลกใจมาก จึงห้ามลูกฝูง และสอบถามเรื่องราว

         ชายหนุ่มเล่าเรื่องราวให้ฟังทั้งหมด หัวหน้าผีกะเห็นใจ จึงบอกว่า หากชายหนุ่มยอมนับถือพวกตนเป็นผีประจำตระกูล จะช่วยให้ชายหนุ่มได้สมหวัง ชายหนุ่มตอบตกลง ผีกะจึงพากันรุมเลียตัวของชายหนุ่ม ด้วยอานุภาพน้ำลาย บาดแผลจากการถูกทำร้ายหายสนิท

         ฝูงผีกะพาชายหนุ่มนั่งบนบ่า บุกบ้านงานแต่ง ลูกน้องของเจ้าบ่าวรุมทุบ รุมฟาดชายหนุ่ม แต่ก็ไม่อาจทำร้ายชายหนุ่มได้แม้แต่ปลายขน เพราะฝูงผีกะดงกำบังตาไว้ และถีบลูกน้องจนกระเด็นตกเรือนกันหมด พวกผีกะพาคู่รักทั้งสองออกมาโดยสะดวก หัวหน้าผีกะให้ทองคำ และสมบัติที่ตนเฝ้ารักษาไว้ ชายหนุ่มปฏิบัติตามคำสัญญา และนับถือผีกะ เป็นผีประจำตระกูลตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

  • ผีกะอาคม การเรียนวิชาอาคมในสมัยโบราณ ครูจะหวงวิชามาก ดังนั้นก่อนการเรียนจะต้องมีการขึ้นครูก่อนเสมอ เพื่อให้อาคมนั้นสามารถรักษาผู้เรียนได้ บางคนที่เรียนอาคมโดยไม่ได้ขึ้นครู จึงโดนคำสาปที่ครูสาปแช่งไว้ในตำรานั้น ๆ ทำให้กลายเป็นผีกะ ผีกะชนิดนี้จะสิงสู่อยู่ในตัวผู้เรียนวิชาโดยที่ไม่รู้ตัว แต่ยามค่ำคืนมันจะออกไปหาอาหารโดยแปลงกายให้เหมือนร่างกายที่มันสิงอยู่
  • ผีกะตระกูล ผีกะอีกสายหนึ่งที่มีคุณอนันต์เช่นกัน ผีกะชนิดนี้เป็นที่นิยมเลี้ยงแพร่หลายของชาวภาคเหนือ วิธีสังเกตุว่าบ้านไหนเลี้ยงผีกะให้ดูนาของบ้านนั้น ๆ ไม่ว่านานั้นจะอยู่ที่ดอน หรือที่ลุ่ม ไม่ว่าฝนจะแล้ง หรือฝนจะชุก นาของบ้านที่เลี้ยงผีกะจะอุดมสมบูรณ์เสมอ ไม่มีแมลงมารบกวน ไม่มีโรคระบาด ผีกะชนิดนี้เลี้ยงดีมีคุณมาก ถ้าเลี้ยงไม่ดี ผีจะออกหากิน สิงสู่ชาวบ้าน เมื่อโดนหมอผีไล่ มันก็จะประจานผู้เลี้ยง ทำให้อับอายขายขี้หน้าชาวบ้าน
  • ผีกะตายโหง คนบางคนเมื่อตายโหง จิตใจยังพะว้าพะวงกับโลก จึงสิงสู่ในที่ที่ตนตาย แต่เพราะความยึดถือในกาย ว่าตนยังไม่ตาย เมื่อยังไม่ได้กินอะไรนาน ๆ เข้า มันหิวกระหายจึงสิงสู่คนที่มีจิตใจอ่อนแอ ทำให้กลายเป็นผีกะโดยที่ไม่รู้ตัว ผีกะชนิดนี้มีอยู่จริง จากคำบอกเล่ากับแม่อุ๊ยท่านหนึ่งว่า
    มีคนผู้หนึ่งชื่อ หนานเจต ทำนาที่ริมเขตเมืองเก่าแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย (ทางอำเภอเชียงของ) โดยไม่รู้ว่าที่ตรงนั้นเคยมีคนถูกควายขวิดตาย วิญญาณของคนผู้นั้นจึงสิงสู่หนานเจต พอค่ำลงที่ใกล้ ๆ หนานเจตนั้นมีชาวบ้านคนหนึ่งทำนาอยู่ หนานเจตเดินเข้ามาหาชาวบ้านคนนั้น ชาวบ้านถามว่ามีอะไร หนานเจตไม่ตอบแต่ดวงตาค่อย ๆ แดงก่ำ และมีเขี้ยวงอกออกมา กระโจนเข้าหาชาวบ้านผู้นั้น ชาวบ้านคนนั้นวิ่งหนีลงมาจากระท่อมนาอย่างขวัญกระเจิง มาหาพ่อของแม่อุ๊ยที่กำลังนอนอยู่ บอกให้ช่วยไล่ผีไปที พ่อของแม่อุ๊ยจึงถือไม้ไผ่ และสายสิญจน์เดินไปดู แต่หนานเจตกลับไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ยังคงนอนหลับอยู่ที่ห้าง ผีกะชนิดนี้จึงอาศัยร่างต้นเหมือนปรสิตวิญญาณ จะพาร่างกายออกหากินในยามเจ้าของหลับ
  • นกเค้าผีกะ ผีกะชนิดนี้มีทูตเป็นนกเค้าแมว สังเกตได้ง่ายว่าหากจะมีผีกะมาเยือนหมู่บ้านไหน กลางคืนคืนนั้นจะมีนกเค้าแมวมาร้อง ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ฤดูที่นกควรร้อง (ฤดูหนาว) รุ่งเช้าคนที่เข้ามาหมู่บ้าน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผีกะ
Slideshow